[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
องค์การบริหารส่วนตำบลสามตำบล
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป 
IP ของคุณคือ 3.84.182.112  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เซ็นย้ายแล้ว ร.ต.ท.อนุรักษ์ประเพณี เรียกเก็บค่าจอดรถ 100(20 เม.ย. 2562, 03:36) สลดพบซาก เต่าตนุยักษ์ เกยหาดสมุย ขยะพลาสติก สาเหตุตายอันดับต้นๆ(20 เม.ย. 2562, 02:18) ดินถล่ม ฝังทั้งเป็น หนุ่มใหญ่ร่วงตกบ่อส้วม ต่อหน้าต่อตาญาติพี่น้อง(20 เม.ย. 2562, 00:51) สมอลลิง-โจนส์ผวา แมนฯยูเล็งดึงยอดกองหลังแก้ปัญหาตาข่ายพรุน (คลิป)(20 เม.ย. 2562, 00:30) สยอง ตีนผีเฉี่ยวจยย.แคชเชียร์สาวล้ม เหยียบซ้ำดับสลดคาที่(19 เม.ย. 2562, 23:59) ตัวแทนคูตินโญ ลิเวอร์พูลปิ๊งแนวรุกฟอร์มโหด สนดึงร่วมทัพ (คลิป)(19 เม.ย. 2562, 23:33) ร้องกองปราบ ตุ๋นกว่า30ล้าน ขายตั๋วไปนอก เติ้ล ตะวันก็ตกเป็นเหยื่อ(19 เม.ย. 2562, 23:10) โซลชาร์สะดุ้ง “มูรินโญ” วิเคราะห์กรณีผีแดงหยุด “เมสซี” ไม่ได้(19 เม.ย. 2562, 22:54) ผบ.เรือนจำราชบุรีแจง ผู้ต้องขังเจ็บสาหัส เพราะตกจากขอบอ่างตอนนอน (คลิป)(19 เม.ย. 2562, 22:43) ลูกเมีย ด.ต.ปทส.เมาแล้วขับ ครวญพ่อไม่น่าตาย ถ้าได้รักษาก่อนไปโรงพัก (คลิป)(19 เม.ย. 2562, 22:39) เป็นใครมาจากไหน "วิชิต ปักษา" แตะมือ "บิ๊กอู๊ด" คืนถิ่นตำรวจป่าคุม ตชด.(19 เม.ย. 2562, 22:30) แมนฯซิตี้ระส่ำ หลายแข้งส่อย้ายทีม 2 สตาร์ดังติดโผ(19 เม.ย. 2562, 22:16) "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ฟอร์มฝืดไล่เจ๊าตราด 1-1 ศึกไทยลีก(19 เม.ย. 2562, 21:58) ญาติรับศพน้องกุ๊งกิ๊งที่ชัยนาท พี่ของตาที่เลี้ยงเด็ก ไม่เชื่อน้องจะทำ(19 เม.ย. 2562, 21:44) กระบะ 3 แม่ลูกพลิกคว่ำลงตกร่องกลางถนนที่อยุธยา ตาย 1 สาหัส 2(19 เม.ย. 2562, 21:43) "ธนูเพชร" ศอกคม น็อกโจโฉร่วงยก 4 มวยคู่เอกลุมพินี(19 เม.ย. 2562, 21:43) โคตรโหด สื่อดังคาด 11 ตัวจริง "ลิเวอร์พูล" เกมบุกดวล "คาร์ดิฟฟ์"(19 เม.ย. 2562, 21:35) มาแล้ว กูรูดังทำนายผลแข่งพรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ บิ๊กทีมพ่าย 1(19 เม.ย. 2562, 21:30) หนุ่มใหญ่ป่วยลมชัก เจออากาศร้อน นอนกระอักเลือดดับคาบ้านที่ลพบุรี(19 เม.ย. 2562, 21:21) "ลอว์เรนสัน" ทำนายผลแข่งพรีเมียร์ลีก เซอร์ไพรส์คู่ "แมนฯซิตี้-สเปอร์ส"(19 เม.ย. 2562, 21:15)
เมนูหลัก
ศูนย์ข้อมูล
facebook
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 4 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 1 คน

[admin]
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ

Close
:) :D :(
:o :p ;)
:| x( :~
(ตัวแสดงอารมณ์)

poll

   ท่านต้องการให้ อบต.พัฒนาในเรื่องใด ?


  1. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
  2. ด้านเศรษฐกิจ
  3. ด้านสังคม
  4. ด้านสิ่งแวดล้อม
  5. ด้านการเมืองการบริหาร
  6. ด้านการบริการ


ค้นหาจาก google
เรื่องน่ารู้

  
ประวัติความเป็นมา  
 

                  ตำบลสามตำบลเป็นตำนานเล่าสืบทอดกันมาว่า ในสมัยเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ได้มีการอพยพผู้คนลงมาทางใต้และได้มาตั้งที่พักอยู่ที่วัดวังฆ้องและในขณะนั้นได้มี หม่อมเณรใหญ่และหม่อมเณรน้อยเป็นผู้อพยพมาด้วยจึงได้ตั้งที่พักอยู่ที่คลองวังฆ้อง (วัดวังฆ้องปัจจุบัน) ในการอพยพมาครั้งนั้นได้มีผู้คนมาอยู่กันจำนวนมากจึงได้ออกไปหาที่ทำกินและตั้งที่ทำกินใหม่อีก คือวังใส (หมู่ที่ 1 ในปัจจุบัน) และอีกกลุ่มหนึ่งก็ได้ออกไปหาที่ทำกินและตั้งที่ทำกินใหม่อีกคือ นาหมอบุญ (ต.นาหมอบุญปัจจุบัน) ขณะที่ผู้คนที่อพยพมาออกไปทำมาหากินในสถานที่ดังกล่าวแล้วในการประชุมหรือพบปะกันแต่ละครั้งก็ใช้ ฆ้องตี เป็นการบอกให้ราษฎรทุกพื้นที่มาประชุมพร้อมกัน และครั้งต่อมาเมื่อบ้านเมืองสงบลงราษฎรที่อพยพก็กลับไปอยู่ส่วนกลางตามเดิมซึ่งที่วังใสเลยเรียกว่า บ้านวังใส และที่วังฆ้องเรียกบ้านวังฆ้อง ที่นาหมอบุญเรียกว่า บ้านนาหมอบุญ ทั้งสามแห่งมารวมกันเลยเรียกว่า สามตำบล ต่อมาในปี พ.ศ.2537 ไมีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งอำเภอขึ้นใหม่ได้มีการแยกตำบลใหม่โดยแยกตำบลนาหมอบุญออกจากตำบลสามตำบล
                   
             ปัจจุบันตำบลสามตำบลประกอบด้วย 6 หมู่บ้าน

ประวัติความเป็นมาหมู่บ้านหมู่ที่  1
                   
ตามประวัติเล่าสู่กันมาว่าได้มีหม่อนเณรน้อยและหม่อนเณรใหญ่  (ซึ่งเป็นต้นตระกูลของไชยพลบาลและตระกูลเณรานนท์)  ได้อพยพหนีพม่าในช่วงปี  พ.ศ.2310  ซึ่งได้เดินทางมาถึงเวลาค่ำจึงได้พักแรมที่ต้นไม้ใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อค้างคืนและหุงหาอาหารมื้อเย็นกินกัน  แต่ไม่สามารถหุงหาอาหารได้เพราะไม่มีน้ำ  จึงนอนพักกันโดยไม่ได้กินอะไร  แต่พอตกกลางคืนได้ยิยเสียงกบร้องจึงทำให้ทราบว่าบริเวณใกล้  ๆ  มีแหล่งน้ำและได้พักอาศัยบริเวณดังกล่าวเป็นการถาวร(ปัจจุบันคือ  บ้านวังฆ้อง)  และต่อมาหม่อนเณรน้อย  ซึ่งชำนาญในการรบและด้านการเกษตรจึงได้ย้ายมาตั้งเมืองทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ  ปัจจุบัน  เรียกว่า  "บ้านวังใสหรือบ้านเก่าไพนารถ"  ตั้งอยู่หมู่ที่  1  ซึ่งเป็นเหมืองหน้าด่านโดยมีสมภาณเจ้าบ้านเป็นหัวหน้าและอยู่ภายใต้การปกครองของหม่อนเณรน้อย  และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่ง  ซึ่งมีเทวดาวังใสเป็นที่เคารพสักการะบูชาในสมัยก่อนและถ้าหากว่าเกิดเรื่องภายในหมู่บ้านจะตัดสินโดยการสาบานให้  ฟ้าวังใส  ลงโทษ  ดังคำขวัญที่ว่า 
                                                          " บ้านน่าอยู่           อู่นาข้าว
                                                           วังเจ้าพระยา      ฟ้าวังใส "


ทำเนียบผู้ปกครองท้องที่ปัจจุบัน
                        1.  นายธำรง  ศรีสุวรรณ                     ผู้ใหญ่บ้าน
                        2. นายสมโภชน์  หนูนารถ            ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                        3.  นางรัชฎาภรณ์  ศรีกลับ           ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                        4. นายสุวิทย์ ศรีโรจน์                  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ


ประวัติความเป็นมาหมู่บ้านหมู่ที่  2
                   
 จากการเล่าต่อกันมา  บ้านคอพรุเป็นชื่อที่ชาวบ้านเรียกต่อจากลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวเชื่อมต่อระหว่างพรุในกับพรุนอก  เป็นพื้นที่เนิน  เมื่อสมัยก่อนมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้ย้ายถิ่นฐานเป็นที่ทำกินอยู่บนเนิน  ชาวบ้านเลยเรียกติดปากว่า  "  บ้านคอพรุ" ภายหลังพื้นที่พรุมีน้ำแห้งขอดและตื้นเขิน  ทำให้พื้นที่บริเวณนี้มีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินเพิ่มมากขึ้นเรื่อย  ๆ
                     ปัจจุบันบ้านคอพรุ  ตั้งอยู่ในหมู่ที่  2  ตำบลสามตำบล  อำเภอจุฬาภรณ์  จังหวัดนครศรีธรรมราช  มีเนื้อที่ประมาณ  3,250  ไร่

ทำเนียบผู้ปกครองท้องที่ปัจจุบัน
                           
  1.  นายจรายพงศ์  ศักดิ์ศรี             ผู้ใหญ่บ้าน
                             2.  นายสุชาติ  ชูเกิด                ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                             3.  นายอุดม  ขุนรัง                   ผู้ช้วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                             4.  นายอำพร  ชูเกิด                 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ

ประวัติความเป็นมาหมู่บ้านหมู่ที่  3
   
     เมื่อปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่า  ทำให้ประชาชนล้มตาย และพาลูกหลานหนีเป็นจำนวนมาก  ในจำนวนนี้มีทั้งเชื้อพระวงศ์และเจ้านายชั้นสูงที่หลบภัย เพื่อหวังกอบกู้พระนครคืนจากพม่าภายหลัง
        ในจำนวนนัั้นมีเชื้อพระวงศ์ 2 พระองค์ เป็นพี่น้องกัน ไม่ปรากฏพระนามและพระยสตามฐานานุศักดิ์  แต่ข้าทาสบริวารเรียกพระองค์ท่าน หม่อนเณรใหญ่ และหม่อมเณรน้อย แต่ละพระองค์ก็มีทายาท คือ
           -  หม่อมเณรใหญ่ มีโอรส 1 พระองค์  คือ หม่อมไพนารถ
           - หม่อมเณรน้อย มีโอรส 2 พระองค์ คือ หม่อมบุญ หรือ หม่อมไพบูลย์และหม่อมชัยพลบาล
       หม่อมทั้งสองพร้อมด้วยพระโอรส และข้าทาสบริพารประมาณ 500 คนเศษ ได้อพยพมาทางภาคใต้ โดยใช้เส้นทางประวัติศาสตร์ คือ เส้นทางหุบเขาข่องคอย ซึ่งอยู่ห่างไม่ไกลนักจากวัดวังฆ้องประมาณ 25 กิโลเมตร โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 6 เดือน จนถึงวันหนึ่งตอนบ่ายแก่ ๆ หม่อมทั้งสองสั่งให้พักการเดินทางทำเพิงที่พัก  พวกข้าทาสบริพารก็ได้ผูกเพิงที่พัก  ที่ต้นมะขามกับต้นจันทน์(ปัจจุบันนี้ไม่มีภัยแล้ว แต่ยังมีพิกัดที่ต้นไม้ทั้งสองตั้งอยู่) ฝ่ายข้าทาสบริพารผู้หญิงก็จัดการตระเตรียมเรื่องอาหารสำหรับมื้อเย็น แต่ไม่มีน้ำสำหรับหุงข้าว สำรวจดูรอบๆ ก็ไม่เห็นเพราะเป็นป่าทึบ ก็คิดว่าน่าจะต้องอดอาหารสักมื้อ พอค่ำก็ได้ยินเสียงกง(เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำมีลักษณะคล้ายกบ แต่ใหญ่กว่า) ร้องขึ้นมาทางทิศใต้  หม่อมเณรจึงสั่งให้บ่าวจุดคบไม้ไผ่เดินตามเสียงไปดู เข้าไปป่าประมาณ 400 เมตร ก็พบลำธารใหญ่มีลึกใสสะอาด จึงตัดไม้ไผ่ทำเป็นกระแบกใส่นำ้มาหุงข้าวรับประทานกันในคืนนั้น  รุ่งเช้าหม่อมทั้งสองพร้อมด้วยข้าทาสบริพารที่รู้ลักษณะภูมิประเทศออกสำรวจพื้นที่ เห็นพ้องกันว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะแก่การตั้งที่พักได้เป็นอย่างดี หม่อมทั้งสองจึงได้สร้างบ้านที่พักอยู่  ณ ที่นี้ (วัดวังฆ้อง) พร้อมทั้งสั่งให้พระโอรสทั้ง 3 พระองค์ออกสำรวจพื้นที่  ดังนี้
             - หม่อมไพนารถ พาบ่าวไพร่ไปทางทิศอีสาน(บ้านวังใส ในปัจจุบัน) ได้พบพืื้นที่่ที่เหมาะสมจะสร้างเป็นบ้านและที่ทำกินได้ จึงตั้งถิ่นอยู่ที่นั้น พร้อมสั่งให้บ่าวไพร่เบิกที่่ทำนาอยู่ที่นั้น(ปัจจุบันชื่อ บ้านเก่าไพนารถ ม.1 ต.สามตำบล อ.จุฬาภรณ์)
            - หม่อมบุญ หรือหม่อมไพบูลย์ พาบ่าวไพร่ไปทางทิศใต้ ได้พบที่เหมาะสมสำหรับเป็นที่พักและที่ทำกิน (พื้นที่ บ้านในวัง ม.3 ต.นาหมอบุญ ติดเขตอ.ชะอวด ในปัจจุบัน)
            - หม่อมชัยพลบาล  พาบ่าวไพร่ไปทางทิศตะวันออก ได้พบพื้นที่สำหรับใช้เป็นทีีพักและที่ทำกินเป็นจำนวนมาก (ในพ้ื้นที่บ้านต้นเหรียง ในปัจจุบัน) ก็ได้ทำที่พักและที่ทำกินในที่นั้น ด้วยเหตุที่ว่าหม่อมชัยพลบาลเป็นโอรสองค์เล็ก จึงมีหน้าที่ดูแลหม่อมลุงและหม่อมพ่อด้วย จึงประจำอยู่กับหม่อมลุงและหม่อมพ่อเสียโดยส่วนมาก
      พวกบ่าวไพร่และขาวบ้านทั่วไป  เรียกที่อยู่ของหม่อมทั้งสองและของพระโอรสว่า วัง โดยที่หม่อมทั้งสองได้ตกลงกับพระโอรส และข้าทาสบริพารได้ตกลงกันว่า เมื่อมีเรื่องราวที่ประชุมหรือตกลงกันจะใช้ฆ้องเป็นสัญญาณ
      ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจีงเรียกว่า วังฆ้อง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และเมื่่อหม่อมทั้งสองถึงแก่อนิจกรรม พระโอรสทั้งสามจึงพร้อมใจกันถวายที่พักของหม่อมพ่อเป็นวัดในพระพุทธศาสนา  และให้ชื่อว่า วัดวังฆ้อง ตั้งแต่ปี 2341 ตลอดมาถึงปัจจุบัน

          วิสัยทัศน์หมู่บ้าน            
                   
   ชุมชนอินทรีย์                คุณภาพชีวิตที่ดี
                   มั่งมีแหล่งเรียนรู้                สู่หลักเศรษฐกิจพอเพียง


ทำเนียบผู้ปกครองท้องที่ปัจจุบัน
                             1. นายสมพิน  วังบุญคง                  ผู้ใหญ่บ้าน
                             2. นายปรีชา  เกื้อกูล                  ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                             3. นายณรงค์  มะสุวรรณ             ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                             4. นายปรีชา  เรืองรักษ์              ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ

ประวัติความเป็นมาหมู่บ้านหมู่ที่  4
                     บ้านสำนักไม้เรียบ  เมื่อก่อนเป็นเส้นทางเดินไปทำงานสำหรับคนในตำบลสามตำบลเพื่อประกอบอาชีพบนเขา  ซึ่งเขานั้นปัจจุบันนี้เรียกว่า  "ควนดินและควนโตน"  แล้วเมื่อถึงเวลาเย็นเลิกงานเดินทางกลับจากสวนจะมาแวะที่หน้าโรงเรียนบ้านสำนักไม้เรียบ  ซึ่งมีหนองน้ำเรียบด้วยไม้ไผ่อยู่บริเวณดังกล่าว  ผู้คนก็พากันหยุดพัก  ดื่มน้ำ  ล้างหน้า  ก่อนจะเดินทางไปยังจุดหมาย
                    ในปี  พ.ศ.2520  ได้ก่อตั้งบ้านสำนักไม้เรียบ  โดยความอนุเคราะห์ที่ดินของชาวบ้าน  ในปี  พ.ศ.2537  ได้ก่อตั้งที่ว่าการอำเภอจุฬาภรณ์  ในพื้นที่หมู่ที่  4  ตำบลสามตำบล  และได้มีส่วนราชการอื่น ๆ  เข้ามาก่อตั้งอีกมากมาย
                    คนในสมัยก่อนจะเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า  "บ้านใสนกเยียก"  เพราะบริเวณดังกล่าวมีนกเยียกอยู่เป็นจำนวนมากเพราะเป็นที่อุดมสมบูรณ์  ถึงปัจจุบันมีความเจริญก้าวหน้า  จึงมีการเรียกกันติดปากว่า  "บ้านสำนักไม้เรียบ"  และยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ราชการอีกมากมาย  จนกลายเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่  คือ  หมู่ที่ 4  ตำบลสามตำบล  อำเภอจุฬาภรณ์  จังหวัดนครศรีธรรมราช  

ทำเนียบการปกครองท้องที่ปัจจุบัน
                         
1.  นายสนั่น  ศรีวิหค                   ผู้ใหญ่บ้าน
                          2.  นายวุฒิชัย วุฒิกรณ์               ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                          3.  นางสาวศิริพร  ชูเกิด               ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                          4.  นายวิเชียร  คงทอง                ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ
                                                                 

ประวัติความเป็นมาหมู่บ้านหมู่ที่  5
                    
ตามประวัติความเป็นมาในอดีต  ก่อนที่จะตั้งหมู่บ้านมีชื่อเรียกกันอย่างติดปากว่า  บ้านสำนักขัน  ความหมายของคำว่าสำนักขัน  คือเมื่อก่อนมีคนเล่าต่อ  ๆ  กันมาว่า  มีเส้นทางที่ผู้คนเดินสัญจรผ่านไปผ่านมาอย่างมากมายและที่ตรงนี้มีต้นขันขนาดใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง  เมื่อผู้คนเดินทางมาถึงส่วนใหญ่จะพากันนั่งพัก  บ้างก็นอนก่อนก็นอนก่อนจะเดินทางไปยังจุดหมาย
                     หลังจากนั้น  ได้มีการปกครองแบบตำบลและหมู่บ้าน หมู่ที่  5  เดิมเป็นหมู่ที่  7  เวลาต่อมาทางหน่วยงานราชการเห็นว่า  หมู่ที่  7  เป็นหมู่บ้านที่มีขนาดเล็กเกินไป  จึงยุบรวมหมู่ที่  7  เข้ากับหมู่ที่  6  ตำบลร่อนพิบูลย์  อำเภอร่อนพิบูลย์  เป็นหมู่ที่  5  ตำบลสามตำบล  อำเภอจุฬาภรณ์  จังหวัดนครศรีธรรมราช

ทำเนียบการปกครองท้องที่ปัจจุบัน
                            
  1.  นายเชต  ยอดระบำ                      กำนัน
                              2.  นายธีรวัฒน์  เรืองชรักษ์               ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                              3.  นายสุรชัย สงขำ                           ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                              4.  นายสุวิทย์  ทองชู                        ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ
                              5.  นายสายัณห์ เด่่นดวง                    สารวัตรกำนัน        

ประวัติความเป็นมา หมู่ที่ 6
                 
ประวัติการเข้ามาทำกินและอยู่อาศัยของชาวบ้านในพื้นที่บ้านควนโตน จากการสอบถามข้อมูลจากผู้เฒ่าผู้แก่หลายท่านได้แก่ คุณตาสร้วง อนุพงศ์ คุณตาฉาย เกิดศิริ และคุณยายรุ่ง รอดภัย ได้ความว่า ช่วงปี พ.ศ. 2505 ได้มีชาวบ้านจากหมู่บ้านใกล้เคียงในพื้นที่ราบบ้านวังใส บ้านคอพรุ และหมู่บ้านอื่น ๆ เร่ิมทยอยเข้ามาถางป่าทำไร่ ปลูกผักสวนครัว เช่น พริก ขมื่น และทำสวนผลไม้ เช่น ทุกเรียน ลางสาด มังคุด ยางพารา ซึ่งในตอนนั้นชาวบ้านที่เข้ามาใช้พื้นที่เพื่อเพาะปลูกผักสวนครัว และทำสวนผลไม้เท่านั้น ไม่ได้มาอยู่อาศัยและทำมาหากินอย่างถาวร ต่อมาเม่ื่อปี พ.ศ. 2508 เร่ิมมีการเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และในขณะนั้นพี่น้องที่เข้ามาทำมาหากิน บางส่วนเข้าร่วมกับขบวนการต่อสู้ของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย และเมืื่อปี 2515 ได้มีการต่อสู้กับภาครัฐด้วยกองกำลังอาวุธของทหารปลดแอกประชาชนแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์ เป็นผลทำให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนเสียชีวิต  และบางส่วนถูกจับกุมในปี 2523 ชาวบ้านส่วนที่เหลือ ทางรัฐบาลได้มีนโยบายที่เรียกว่า "66/2523 " เป็นนโยบายเพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ทำให้ชาวบ้านบางส่วนที่ร่วมขบวนการกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยออกมารายงานตัวกับทางการ เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ในปี 2527 รัฐบาลมีนโยบายเพื่อเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามทางการค้า โดยการให้มีการสัมปทานป่าไม้ ในเขตพื้นที่ป่า ทำให้ป่าเปลี่ยนสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรมและหลังจากนั้นมีชาวบ้านจำนวนมากเข้าไปใช้ประโยชน์โดยทำมาหากินและสร้างถ่ินฐานการอยู่อาศัยกันอย่างถาวร จากนั้นได้มีการพัฒนาด้านสาธารณูปโภคจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มมีการ สร้างถนนหนทาง ไฟฟ้า สถานศึกษา และส่่ิงอำนวยความสะดวกอื่น และในปี 2532 ได้มีการเจรจาเพื่่อยุติการต่อสู้ระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับพรรคคอมมิวนิสต์ จนเหตุการณ์ความรุนแรงได้ยุติลงในปี 2535 ภายใต้โครงการ ดับไฟใต้ จากนั้นชาวบ้านก็สร้างถ่ินฐานการประกอบอาชีพ และที่อยู่อาศัยถาวรกลาย เป็นชุมชน บ้านควนโตน ที่อยู่กันมา ชั่วลูกหลาน 
                       
                   
บ้านควนโตน เมื่อก่อนตั้งอยู่ในหมู่ที่ 4 บ้านสำนักไม้เรียบ ตำบลสามตำบล  อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ. 2554 คณะกรรมการหมู่บ้านสำนักไม้เรียบเห็นว่าเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ จึงได้ประชาคมราษฎรในหมู่บ้านทำโครงการเสนอกรมการปกครองเพื่อแยกหมู่่บ้านขึ้นเป็นหมู่บ้านใหม่ "บ้านควนโตน" และได้รับการอนุมัติประกาศเป็นหมู่บ้านใหม่ "บ้านควนโตน" เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 และได้มีการเลือกผู้ใหญ่บ้านขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 จนถึงปัจจุบัน    

  คำขวัญหมู่บ้าน
                                   "  พื้นที่ต้นน้ำ   งามยางพารา
                                 ทิวทัศน์งามตา   ลือชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ "

วิสัยทัศน์หมู่บ้าน

ทำเนียบการปกครองท้องที่ปัจจุบัน

                              1. นายเกษม  บุญสุวรรณ                   ผู้ใหญ่บ้าน
                              2. นางวันเพ็ญ  รักประทุม                   ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง
                              3. นายสุชาติ  ชูเกิด                            ผู้ช่้วยผู้ใหญ่บ้นฝ่ายรักษาความสงบ
                              









องค์การบริหารส่วนตำบลสามตำบล
หมู่ที่ 3 ตำบลสามตำบล อำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช 80130 โทรศัพท์ / โทรสาร 0-7530-8188 อีเมล : office@samtambon.go.th : โดย thanetnetwork.net

@2010-2011 under GNU General Public License
Power by : Thanet Network